“ฉลูทอง” 2564 จุดเริ่มต้นแห่งยุคทอง

 


          สำหรับในปีใหม่หรือปีฉลูในรอบปี พศ. 2564 นี้ ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยนั้น เราสามารถดูการขึ้นปีใหม่ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการขึ้นปีใหม่ตามระบบสุริยะคติ ซึ่งจะถือว่าการเริ่มปีใหม่นั้นเข้ามาตั้งแต่ช่วง Winter Solstice หรือที่เราเรียกกันว่าช่วง “เหมายัน” ในวันที่ 21 ธันวาคม พศ.2563 หรือในบางตำราก็จะนับการเริ่มตามระบบจันรคติ ซึ่งจะถือว่าวันปีใหม่จีนนั้นตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 จีนหรือวัน “ชิวอิก” ที่จะตรงกับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พศ.2564 แต่ระบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในปัจจุบันคือ การนับการเริ่มต้นปีตามสารท “ลิปชุง” หรือช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ในปีฉลูนี้จะตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พศ.2564





            โดยในปีฉลูรอบนี้จะเป็นปีที่มีพลังของ “ธาตุดิน” แฝง “ธาตุทอง” และ “ธาตุน้ำ” และมีราศีบนเป็นพลัง “ธาตุทอง” เข้ามาเสริมอีกด้วย ดังนั้นต้องถือได้ว่าหากมองตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยแล้ว เป็นปีที่มีพลังของ “ธาตุทอง” ที่สมบูรณ์ทรงพลัง และมีพลังของ “ธาตุดิน” และ “ธาตุน้ำ” ที่โดดเด่นรองลงมา ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีฉลูนี้จะเกิดขึ้นอย่างฉับไวรวดเร็วจนทำให้ในบางเรื่องเราแทบจะปรับตัวไม่ทัน และการเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะเป็นไปอย่างมั่นคงไม่ฉาบฉวย







            ปีฉลูนี้จะเป็นปีที่ธุรกิจเทคโนโลยีจะยังก้าวเติบโตอย่างต่อเนื่องเทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากกับชีวิตของเรา การเติบโตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Digital Transformation, Internet of Things, Cloud Service, Robotics, EV Car, Artificial Intelligence, E-commerce, Software as a Service, etc. จะเข้ามาเติมเต็มวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น และจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่อย่างถาวร รวมไปถึงเรื่องของ Digital Currency ต่างๆ จะได้รับความยอมรับขึ้นเป็นอย่างมาก





            ภาพรวมเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นได้เป็นอย่างดี ภาคการเงินการธนาคารจะแข็งแกร่ง ค่อยๆพลิกฟื้นจากสภาวะวิกฤติโรคระบาด Covid-19 ได้ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีชวดจะค่อยๆได้รับการเยียวยา ภาคธุรกิจที่เสียหายรุนแรงในปีที่แล้วอย่างธุรกิจท่องเที่ยว การบิน และกลุ่มธุรกิจบริการ ก็จะค่อยๆฟื้นตัวกลับมาได้ แม้จะไม่ได้หวือหวาแต่ก็จะถือว่าเป็นปีที่ตั้งแต่ในการเจริญรุ่งเรืองในรอบใหม่อย่างแข็งแกร่ง เพราะการควบคุมโรคระบาดในภาพรวมทั้งโลกจะสามารถทำได้ดีขึ้นมาก ผู้ผลิตวัคซีนหลายๆเจ้าจะสามารถผลิตและปรับปรุงวัคซีนให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีพอในการควบคุมโรคระบาดได้





            ธุรกิจค้าขาย Online, ธุรกิจการขนส่ง จะยังเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะค่อยๆกลับมาได้อย่างมั่นคง ทั้งที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนต์ ห้างสรรพสินค้า ตลาด สำนักงานให้เช่า จะเริ่มมีความต้องการกลับมา ทำให้กลุ่มธุรกิจอสังหาเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น ส่วนกลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคาร ต่างๆก็จะเริ่มสามารถกลับมาค้าขาย ผู้คนกลับมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นมากในปีฉลูนี้ เริ่มสามารถกลับมาทำกำไร พ้นช่วงที่ธุรกิจลำบากจากวิกฤติโรคระบาดได้เช่นเดียวกัน







            ประเทศที่จะสามารถกลับมาได้อย่างแข่งแกร่งในช่วงท้ายของวิกฤติโรคระบาดนี้ได้แก่ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย สวีเดน ฟินแลนด์ อยู่ในกลุ่มที่ถือได้ว่ามีโอกาสที่ดีมาก ส่วนประเทศในกลุ่มเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ ในกลุ่มนี้จะมีเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะเป็นกลุ่มประเทศที่เตรียมตัวเข้าสู่ “ยุคทอง” ที่จะเจริญรุ่งเรืองได้อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปี แต่ต้องระวังว่าประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตกอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เสปน เยอรมัน ฯลฯ ยังรับผลเสียทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงท้ายของวิกฤติครั้งนี้







            สำหรับประเทศไทยของเราเองนั้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาแต่มีความมั่นคง แม้จะต้องเจอช่วงที่ยากลำบาก แต่เราก็จะสามารถควบคุมวิกฤติโรคระบาดได้อีกครั้ง แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถกลับไปเป็นศูนย์ได้อีกเลยก็ตาม ภาคการบริโภคภายในประเทศ งานก่อสร้างโครงการต่างๆจากภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ภาคการส่งออก และอุตสาหกรรมรถยนต์ จะเป็นตัวผลักดันนำพาให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในทางกลับกันความวุ่นวายในทางการเมืองจะมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ต้องระวังไม่ให้เกิดความรุนแรงพยายามประคับประคองให้บรรยากาศในประเทศของเราไว้ หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงทางด้านการเมืองไว้ได้ ประเทศไทยของเราจะผ่านเข้าสู่ยุคทองไปอีกหลายปี








            ส่วนท่านที่ชอบการท่องเที่ยวเดินทาง แม้ว่าในช่วงปลายปีจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ผู้คนในหลายๆประเทศเริ่มเข้าถึงวัคซีนแล้ว แต่การท่องเที่ยวเดินทางก็ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย เพราะในปีฉลูนี้จะต้องระวังเรื่องของแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด อุบัติเหตุฟืนไฟ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น รัสเซีย อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย ประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตก สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีชง ได้แก่ ปีมะแม มะโรง จอ มะเมีย และปีฉลู ต้องวางแผนการเดินทางโดยระมัดระวัง







            สุดท้ายนี้หวังว่าทุกๆท่าน จะได้นำข้อมูลที่ใช้การคำนวณจากอภิปรัชญาตะวันออกนี้ไปใช้ประยุกต์ร่วมกับการวางแผนธุรกิจการค้า การลงทุน การวางแผนชีวิตภายในครอบครัวได้อย่างเป็นประโยชน์ สามารถหลีกเหลี่ยงเคราะห์ภัยความเสี่ยงต่างๆ และมุ่งหาความเป็นมงคลที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปีฉลูนี้ครับ




หน้าแรกฮวงจุ้ย....